ครูโรจน์
หน้าแรก  |  ครูโรจน์  |  หลักสูตร SLS  |  นักเรียน  |  คลังภาพ  |  ถาม-ตอบ  |  วงดนตรี ฮอทชิลลี่  |  ติดต่อ  |  SiteMap

   Speech Level Singing Technique
   อะไรคือ Speech Level Singing Technique
   อะไรคือ Repertoire ?
   อะไรคือ Technique Maintenance ?
   เตรียมความพร้อมของเสียงด้วยแบบฝึกหัด
(ขั้นพื้นฐาน)
   เสียงพูดเสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ (Finding True Voice)
   เสียงจริงที่เป็นธรรมชาติคืออะไร
   เสียง
   ธรรมชาติของเสียงมนุษย์
   ทำไมต้อง Speech Level ? (ระดับเสียงพูด)
   ครูโรจน์ สอนอะไรในห้องเรียน ?
   7 เคล็ดไม่ลับสำหรับนักร้อง
   7 วัน ฟัง ฝึก ร้อง
   ถ้าต้องขึ้นเวที
   เลือกเพลงอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง
 








ธรรมชาติของเสียงมนุษย์

ได้มีการแบ่งตำแหน่งของ เสียง ออกเป็นหลายๆ ตำแหน่งด้วยกัน เพราะความเป็นจริงธรรมชาติของเสียง มีทิศทางและตำแหน่ง ที่ตั้งของเสียง หมายความว่าในตำแหน่งเสียงต่ำๆ เรื่อยไปถึงเสียงกลางๆ ขึ้นไปจนถึงเสียงสูง การทำงานของกล้ามเนื้อสายเสียง และปริมาณของลมย่อมแตกต่างกันไป จึงมีความจำเป็นที่เราต้องเข้าใจว่า การร้องเพลงของเรานั้นถูกต้องหรือไม่ และมีความสมดุลระหว่าง ลม กับกล้ามเนื้อสายเสียง ในแต่ละตัวโน๊ตหรือไม่

การร้องเพลงด้วยวิธีการที่ผิดๆ คือการบังคับให้กล้ามเนื้อสายเสียงทำงานแบบหลงทิศทาง หลงตำแหน่งที่ตั้งของเสียง เช่น การตะโกน, ตะเบ็ง หรือเค้นเสียงให้ออกมาเพียงเพื่อต้องการร้องให้ถึงตัวโน๊ตตามต้นฉบับ เป็นการทำลายเสียงของตัวเองอย่างน่ากลัวยิ่ง และเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ที่กล่าวกันว่าการร้องเพลงแบบนี้เป็นการร้องที่มีเพาเวอร์ดี หรือแม้แต่การร้องที่พยายามเลียนแบบต้นฉบับให้เหมือนมากที่สุด ทั้งๆ ที่ธรรมชาติเสียงของตัวเองแตกต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ผลที่ตามมาคือเสียงแหบ, เสียงแตกพร่า และถ้าหาก ยังร้องด้วยวิธีการดังกล่าวต่อไปอีกนานๆ สายเสียงอาจมีการอักเสบได้ และสุดท้ายก็จะเกิดเม็ดตุ่มบริเวณ สายเสียง (Vocal Nodules) ซึ่งต้องพึ่งการผ่าตัดจากแพทย์เป็นทางแก้ไข

ธรรมชาติเสียงของมนุษย์ เวลาที่เราร้องเพลงด้วยเสียงต่ำๆ ไปจนถึงกลางๆนั้น กล้ามเนื้อสายเสียง จะทำงานสอดคล้องกับลม ในปริมาณที่พอดีพอเหมาะ ถ้าหากร้องสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะต้องร้องไปถึงจุดๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่นักร้องทั้งหลายรู้กันดีว่า ณ ตรงนี้บางครั้ง เราก็ร้องได้ดี บางครั้งก็เกิดอาการพลิกของเสียง (แฉลบ) ขึ้นมาได้ ทางเทคนิคเราเรียกจุดๆ นี้ว่า Bridge หรือ Passagio หรือ Passage Area หมายถึง จุดเชื่อมต่อของเสียง ที่เป็นเหมือนสพาน เชื่อมโยงตำแหน่งของเสียง จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง เนื่องด้วยขบวนการเกิดเสียง เป็นขั้นตอนที่เกิดจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อภายในกล่องเสียง ที่มีสภาพบอบบางให้สมดุลกับปริมาณของลม (การหายใจออก) โดยปราศจากการรบกวนของกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง เรียกว่า กล้ามเนื้อนอกกล่องเสียง (Outer Muscles)

และเมื่อใดที่การสั่นของสายเสียง สมดุลกับปริมาณของลม เพื่อหาตำแหน่งของโน้ตโดยปราศจากการรบกวน ของกล้ามเนื้อ-นอกกล่องเสียง ทำให้การเกิดเสียงเป็นอิสระ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง ถึงเสียงสูง ก็จะมีความชัดเจนของคำร้อง ไม่จำเป็นต้อง เกร็งลิ้น ห่อลิ้น เปิดคอ หรือยกเหงือกอ่อน เพื่อเป็นการสร้างโทนให้กว้าง อันจะเป็นบ่อเกิดของวิธีการร้องที่ผิด และนำมาซึ่งความไม่ชัดเจนของสระ และคำร้องที่ไม่เป็นธรรมชาติ

ลองใช้มือแตะที่ลูกกระเดือกแล้วกลืนน้ำลาย จะรู้สึกได้ว่ามีการขยับตัว ขึ้นสูง — ลงต่ำ การขยับตัวขึ้นสูงของลูกกระเดือก นั้น หมายความว่าเขากำลังทำงานร่วมกับกล้ามเนื้ออีกหลายๆ อย่าง ซึ่งอยู่ภายนอกรอบๆลูกกระเดือก เพื่อทำหน้าที่กลืนน้ำลายลงสู่กระเพาะอาหาร ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น ว่าสายเสียง 2 เส้นของมนุษย์นั้นอยู่ในลูกกระเดือก เพราะฉะนั้นมันจึงถูกลากขึ้นสูงไปด้วย... โชคดีที่ เราไม่สามารถพูดหรือใช้เสียงได้ ในขณะที่กำลังกลืนน้ำลายหรือกลืนอาหาร...

ภายใน "ลูกกระเดือก” ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่า “กล่องเสียง” นอกจากจะมีสายเสียง 2 เส้นนี้แล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆอีก มากมาย ซึ่งต้องทำงานร่วมกับสายเสียงแล้วเกิดเป็นเสียงพูด ; หรือเสียงร้องที่เราได้ยินกัน และขั้นตอนการเกิดเสียงนี้ควรจะเกิดขึ้น ในขณะที่กล่องเสียงอยู่ในตำแหน่ง นิ่งๆ กลางๆ เพราะเมื่อไหร่ที่มีการขยับตัวขึ้นสูง เส้นเสียง และกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในกล่องเสียงจะถูกรบกวนจากกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะนั่น หมายถึงกล่องเสียงกำลังอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมกลืนอาหารซึ่งลำบากต่อการเปล่งเสียง

Top

................................................................................................................................................

ทำไมต้อง Speech Level? (ระดับเสียงพูด)

โดยทั่วไปในขณะที่เราพูดด้วยเสียงปกติ ; กล้ามเนื้อภายนอกที่อยู่รอบๆ กล่องเสียง จะไม่เข้ามารบกวนการทำงานของสายเสียง นั่นเป็นเพราะ "เสียงพูด” หรือภาษาอังกฤษเรียก “Speech” ไม่ได้ต้องการน้ำหนัก ; ความดัง หรือโทนเสียงที่แตกต่างกันมากมาย แต่ต้องการเพียงการสื่อสารและความเข้าใจเท่านั้น ดังนั้น “กล่องเสียง” จึงอยู่ในตำแหน่งที่นิ่งๆ หรือกลางๆ เราเรียกตำแหน่งนี้ว่า Speech — Level (ระดับเสียงพูด) และนี่จึงเป็นแบบอย่างที่ดีของการเปล่งเสียง และเป็นวิธีการฝึกเพื่อ “การร้องเพลง” เพื่อให้กล่องเสียงคงความนิ่ง อยู่ในระดับเสียงพูด แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ร้องเพลงเหมือนเสียงพูด

Top
................................................................................................................................................

ครูโรจน์ สอนอะไรในห้องเรียน ?
เทคนิคการใช้เสียง และร้องเพลง (Vocal Technique / Repertoire)
บทเรียน Blowing Air (The Lesson)


ด้วยเหตุผลที่ว่าเสียงของเราเปรียบเสมือนเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า (Wind Instrument) เพราะฉะนั้นพื้นฐาน การใช้เสียงต้องรู้สึกได้ว่าตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงคือลม (Singing is blowing air) แบบฝึกหัดโดยส่วนใหญ่ จะเริ่มต้นจากหัดกระดกลิ้นด้วยพยัญชนะ "ร.ร…." แล้วลากให้ยาวๆ (Tongue Trills) หรือหัดเป่าปากโดยให้ ริมฝีปากบนและล่างสั่น (Lip Rolls) ซึ่งต้องอาศัยลม โดยการฝึกผ่านตัวโน้ตหลายๆแบบ (อาจจะนึกถึงตอนเป็นเด็กๆ เล่นเป่าปากเป็นเสียง เครื่องยนต์ หรือเครื่องบิน)

Nay Nay Nay… ด้วยวิธีการฝึกแบบ Pharyngeal Attitude หรือลักษณะเสียงแบบ “แม่มด” เป็นการเปล่งเสียงแหลมที่ค่อนข้างน่าเกลียด และมีความแรง (Nasty Sound) ถึงแม้จะเป็นวิธีการฝึกเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าฝึกอย่างถูกวิธีและอย่างต่อเนื่องจะให้ประโยชน์มากในทางเทคนิค นั่นคือ ช่วยสร้างความแข็งแรงของเสียงในแต่ละตัวโน้ต และเพิ่มน้ำหนักของเสียงทำให้มีพลังมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการขยายช่วงเสียงให้กว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเชื่อมต่อของเสียงจากตำแหน่งหนึ่ง ไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งไม่ให้เกิดอาการเสียงหายหรือกลายไปเป็นเสียงหลบที่ไม่มีพลัง (Pure Falsetto) หรือแม้แต่เป็นการตะโกนซึ่งอาการเหล่านี้ “นักร้อง” รู้ดีว่าคือปัญหาใหญ่ของพวกเขา..!

การฝึกด้วยกลุ่มแบบฝึกหัดนี้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้นักร้องเข้าใจความรู้สึกของการร้อง จากตำแหน่ง Chest Voice ไปหา Head Voice ได้อย่างถูกต้อง นั่นคือขณะร้องอยู่ในตำแหน่งของตัวโน้ตต่ำและกลาง (Chest Register) ไต่ขึ้นไปหาตัวโน้ตสูงๆ (Head Register) นั้นจะทำให้เกิดวิธีการ Thins out the chest voice; thickens up the head voice ลักษณะของเสียงที่ได้จะเป็นเสียงผสมกันระหว่าง Chest Register และ Head Register (Italian Bel Canto Technique.)

Mum Mum Mum… อีกกลุ่มของแบบฝึกหัดที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการฝึกบังคับให้กล่องเสียงนิ่ง และอยู่ในระดับปกติ (Speech - Level) ไม่มีการขยับตัวขึ้นหรือลงในขณะร้องเพลง เพื่อป้องกันการรบกวนการเกิดเสียง จากกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมของเสียงไม่ว่าจะเป็นอาการเสียงแหบ อาการล้าจากการร้องเพลงหลายๆ ชั่วโมงต่อคืน หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นเม็ดตุ่มบริเวณสายเสียง (Vocal Nodules)

และเมื่อไหร่ที่คุณสามารถฝึกแบบฝึกหัดจากโน้ต ต่ำ – กลาง – สูง ด้วยเสียงที่ต่อเนื่อง, มีพลัง, ไม่สะดุด และที่สำคัญด้วยตำแหน่ง Speech – Level ก็ถึงเวลาที่คุณสามารถร้องเพลงได้ตามแนวเพลงที่คุณชอบ และเลือกด้วยตัวคุณเอง
 
Top
 


All Rights Reserved by www.krurodj.com 2008