ธรรมชาติของเสียงมนุษย์
ได้มีการแบ่งตำแหน่งของ เสียง ออกเป็นหลายๆ ตำแหน่งด้วยกัน เพราะความเป็นจริงธรรมชาติของเสียง
มีทิศทางและตำแหน่ง ที่ตั้งของเสียง หมายความว่าในตำแหน่งเสียงต่ำๆ เรื่อยไปถึงเสียงกลางๆ
ขึ้นไปจนถึงเสียงสูง การทำงานของกล้ามเนื้อสายเสียง และปริมาณของลมย่อมแตกต่างกันไป
จึงมีความจำเป็นที่เราต้องเข้าใจว่า การร้องเพลงของเรานั้นถูกต้องหรือไม่
และมีความสมดุลระหว่าง ลม กับกล้ามเนื้อสายเสียง ในแต่ละตัวโน๊ตหรือไม่
การร้องเพลงด้วยวิธีการที่ผิดๆ คือการบังคับให้กล้ามเนื้อสายเสียงทำงานแบบหลงทิศทาง
หลงตำแหน่งที่ตั้งของเสียง เช่น การตะโกน, ตะเบ็ง หรือเค้นเสียงให้ออกมาเพียงเพื่อต้องการร้องให้ถึงตัวโน๊ตตามต้นฉบับ
เป็นการทำลายเสียงของตัวเองอย่างน่ากลัวยิ่ง และเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก
ที่กล่าวกันว่าการร้องเพลงแบบนี้เป็นการร้องที่มีเพาเวอร์ดี หรือแม้แต่การร้องที่พยายามเลียนแบบต้นฉบับให้เหมือนมากที่สุด
ทั้งๆ ที่ธรรมชาติเสียงของตัวเองแตกต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ผลที่ตามมาคือเสียงแหบ,
เสียงแตกพร่า และถ้าหาก ยังร้องด้วยวิธีการดังกล่าวต่อไปอีกนานๆ สายเสียงอาจมีการอักเสบได้
และสุดท้ายก็จะเกิดเม็ดตุ่มบริเวณ สายเสียง (Vocal Nodules) ซึ่งต้องพึ่งการผ่าตัดจากแพทย์เป็นทางแก้ไข
ธรรมชาติเสียงของมนุษย์ เวลาที่เราร้องเพลงด้วยเสียงต่ำๆ ไปจนถึงกลางๆนั้น
กล้ามเนื้อสายเสียง จะทำงานสอดคล้องกับลม ในปริมาณที่พอดีพอเหมาะ ถ้าหากร้องสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ก็จะต้องร้องไปถึงจุดๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่นักร้องทั้งหลายรู้กันดีว่า
ณ ตรงนี้บางครั้ง เราก็ร้องได้ดี บางครั้งก็เกิดอาการพลิกของเสียง
(แฉลบ) ขึ้นมาได้ ทางเทคนิคเราเรียกจุดๆ นี้ว่า Bridge
หรือ Passagio หรือ Passage Area หมายถึง
จุดเชื่อมต่อของเสียง ที่เป็นเหมือนสพาน เชื่อมโยงตำแหน่งของเสียง
จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง เนื่องด้วยขบวนการเกิดเสียง เป็นขั้นตอนที่เกิดจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อภายในกล่องเสียง
ที่มีสภาพบอบบางให้สมดุลกับปริมาณของลม (การหายใจออก) โดยปราศจากการรบกวนของกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
เรียกว่า กล้ามเนื้อนอกกล่องเสียง (Outer Muscles)
และเมื่อใดที่การสั่นของสายเสียง สมดุลกับปริมาณของลม เพื่อหาตำแหน่งของโน้ตโดยปราศจากการรบกวน
ของกล้ามเนื้อ-นอกกล่องเสียง ทำให้การเกิดเสียงเป็นอิสระ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ
เสียงกลาง ถึงเสียงสูง ก็จะมีความชัดเจนของคำร้อง ไม่จำเป็นต้อง เกร็งลิ้น
ห่อลิ้น เปิดคอ หรือยกเหงือกอ่อน เพื่อเป็นการสร้างโทนให้กว้าง อันจะเป็นบ่อเกิดของวิธีการร้องที่ผิด
และนำมาซึ่งความไม่ชัดเจนของสระ และคำร้องที่ไม่เป็นธรรมชาติ
ลองใช้มือแตะที่ลูกกระเดือกแล้วกลืนน้ำลาย จะรู้สึกได้ว่ามีการขยับตัว
ขึ้นสูง ลงต่ำ การขยับตัวขึ้นสูงของลูกกระเดือก นั้น หมายความว่าเขากำลังทำงานร่วมกับกล้ามเนื้ออีกหลายๆ
อย่าง ซึ่งอยู่ภายนอกรอบๆลูกกระเดือก เพื่อทำหน้าที่กลืนน้ำลายลงสู่กระเพาะอาหาร
ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น ว่าสายเสียง 2 เส้นของมนุษย์นั้นอยู่ในลูกกระเดือก
เพราะฉะนั้นมันจึงถูกลากขึ้นสูงไปด้วย... โชคดีที่ เราไม่สามารถพูดหรือใช้เสียงได้
ในขณะที่กำลังกลืนน้ำลายหรือกลืนอาหาร...
ภายใน "ลูกกระเดือก ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่า กล่องเสียง นอกจากจะมีสายเสียง
2 เส้นนี้แล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆอีก มากมาย ซึ่งต้องทำงานร่วมกับสายเสียงแล้วเกิดเป็นเสียงพูด
; หรือเสียงร้องที่เราได้ยินกัน และขั้นตอนการเกิดเสียงนี้ควรจะเกิดขึ้น
ในขณะที่กล่องเสียงอยู่ในตำแหน่ง นิ่งๆ กลางๆ เพราะเมื่อไหร่ที่มีการขยับตัวขึ้นสูง
เส้นเสียง และกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในกล่องเสียงจะถูกรบกวนจากกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
เพราะนั่น หมายถึงกล่องเสียงกำลังอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมกลืนอาหารซึ่งลำบากต่อการเปล่งเสียง
|