เสียงพูดเสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ
(Finding True Voice)
จากประสบการณ์ที่ได้สอน นักร้อง นักแสดง นักพูด หรือผู้ที่มีอาชีพ การใช้เสียงมาหลายปี
เกิดข้อสรุปที่ยากจะปฏิเสธได้ว่า
ถ้าอยากพัฒนา และคงความสมบูรณ์ของเสียงไว้ และไม่ทำร้ายเสียงตัวเอง ต้องให้ความสำคัญ
เสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ
ซึ่งเป็นสิ่ง
ที่ต้องค้นหาให้เจอก่อน จึงก้าวไปสู่การพัฒนาขั้นต่อไป ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้เสียง
ไม่ว่าจะเป็นเสียงแหบ เสียงแห้ง เจ็บคอ ก็จะ
ไม่เกิดขึ้น เพราะเราเข้าใจ และค้นพบเสียงจริง ที่สำคัญมันคือที่มาของเอกลักษณ์ของเสียงโดยไม่ต้องลอกเลียนใคร
หรือสร้างอกลักษณ์
ของเสียงแบบผิดวิธี ซึ่งอาจเกิดปัญหาภายหลังเมื่อทราบว่าเอกลักษณ์นั้นไม่ใช่เสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ
นอกจากจะกลายเป็นเอกลักษณ์โดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว อาจกลายเป็นความชำรุดของสุขภาพเสียงได้
|
................................................................................................................................................
|
เสียงจริงที่เป็นธรรมชาติคืออะไร
- คือเสียงที่ฟังสบาย ไม่ดังหรือเบาจนเกินไป ไม่ทุ้มหรือแหลมจนเกินไป
เป็นเสียงที่เปล่งออกมา
ด้วยคลื่นของการสั่นสะเทือนที่พอดีไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง
หรือเสียงสูง
- คือเสียงที่ไม่สร้างความรำคาญให้ผู้ฟัง และเป็นเสียงที่มีความสมดุลที่พอดีระหว่างลม
และสายเสียง
- คือเสียงที่เกิดจากการทำงานของกระบังลม เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวให้ระบบการหายใจ
ถ้าจะพูดให้เพราะ
- คือเสียงที่อุดมไปด้วยความชุ่มฉ่ำเมื่อได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นความถี่ย่านต่ำ
กลาง สูง เสมือนหนึ่งกำลังฟัง
เครื่องเสียงสเตอริโอชั้นหนึ่ง ที่ปรับให้เสียงออกทุกลำโพง ไม่ว่าจะเป็น
เสียงเบส เสียงกลาง เสียงแหลม
|
| เสียงจริงที่เป็นธรรมชาตินั้น ไม่น่าจะขาดข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
มิฉะนั้นอาจสร้างปัญหาซึ่งมีทั้งอาการเสียงล้า เสียงหาย เสียงแหบ ลุกลามไปถึงอาการเค้นเสียงในขณะที่ต้องร้องหรือพูด
และท้ายสุด จบที่อาการสายเสียงบวม และเป็นเม็ดตุ่ม ซึ่งต้องพึ่งแพทย์ในการแก้ไข
เคล็ดลับการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ทำได้ด้วยการค้นหาเสียงจริง
และสร้างความแข็งแรงให้กับเสียงจริงนั้น เพื่อเป็นการประเมินศักยภาพตัวเอง
ในการวางกรอบการรับงาน ในกรณีที่ถูกว่าจ้างให้ร้อง; แสดง; พูด ใน Character
ต่างๆ นอกจากนั้นยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่จะสร้าง Character เหล่านั้น
ด้วยความเข้าใจในขีดความสามารถของตัวเอง เพื่อความถูกต้อง ชัดเจน ของเสียงโดยไม่ทำร้ายเสียงของคุณเอง
สำหรับนักร้องหรือนักพากย์ที่ต้องใช้เสียงกับตัวละคร หรือตัวการ์ตูนที่มี
Character เสียงที่ชัดเจน บางครั้งการทำความเข้าใจ ในน้ำหนักเสียง
อารมณ์ หรือแม้แต่การนำบทร้อง บทพูดเหล่านั้น กลับมาซ้อมก่อนล่วงหน้า
1-2 อาทิตย์ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการบันทึกเสียงจริง และช่วยย้ำความแม่นยำ
ในเสียงของตัวละครนั้นๆอย่างถูกต้อง โดยไม่ทำร้ายเสียงของตัวเองในขณะ
บันทึกเสียงจริงๆ ซึ่ง บางครั้งอาจใช้เวลาหลายๆ ชั่วโมง
โดยธรรมชาติ การร้อง; การพากย์; การพูดสปอตโฆษณา ซึ่งถูกกำหนดด้วย
Character ของเสียง เสี่ยงต่อการทำลายเสียงของ ตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมืออาชีพในการใช้เสียง
คือการค้นพบ เสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ และแน่นอนถ้าคุณต้อง ใช้เสียงเป็นเวลานาน
ระหว่างพัก ควรกลับมาพูดด้วยเสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่ดีกว่า
การหยุดพูด ด้วยเหตุผลที่ว่า
|
การพูดด้วยเสียงจริงที่เป็นธรรมชาติ
คือเคล็ดลับการดูแลเสียงที่ดีที่สุด
มาค้นหาเสียงจริงที่เป็นธรรมชาติกันเถอะ
|
| Top |
................................................................................................................................................
|
เสียง
เมื่อใดที่สมองสั่งงานว่าต้องการใช้เสียงไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด
หรือเสียงร้องจะเกิดการเปล่งเสียงขึ้นมาโดยการทำงานของ สายเสียง และ
ลม เพราะฉะนั้น 2 ปัจจัยนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการเกิดเสียง
เรามาดูว่าทั้ง สายสียง และ ลม มีที่มาที่ไปอย่างไร คลิกดูรูป
สายเสียง (เส้นเสียง, กล้ามเนื้อสายเสียง)
เป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงมาก มีที่ตั้งอยู่ภายใน กล่องเสียง
หรือบางคนเรียกว่า ลูกกระเดือก หรือ กล่องกันชน อยู่ตรงบริเวณกลางลำคอใต้คางลงมานิดหนึ่ง
ข้างในกล่องนี้แหละที่เป็นที่ตั้งของ สายเสียง |
เสียง = สายเสียง + ลม
เสียงที่น่าฟัง, มีชีวิตชีวา, ไพเราะ, ต้องเป็นเสียงที่เกิดจากสมดุลระหว่าง
สายเสียง และ ลม หมายความว่าทั้ง สายเสียง
และ ลม ต้องทำงานในปริมาณที่เท่าๆกันไม่มีอะไรมากหรือน้อยกว่ากัน เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่
สายเสียง ทำงานหนัก โดยไม่มี ลม
มาทำงานร่วมด้วยแปลว่า เสียงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเสียงที่ขาดสมดุลของ
ลม อธิบายง่ายๆ ก็คือ คุณกำลังบังคับให้ สายเสียง ทำงาน
หนักมากเกินไป เสียงที่ได้ยินจึงเป็นเสียงที่อั้น ลม ไว้ หรือชาวบ้านเรียกว่า
เค้น ตะเบ็ง ตะโกน แน่นอน เจ็บคอ เสียงแหบ
ในทางตรงกันข้าม ถ้าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่เบาๆ บางๆ แปลว่าปริมาณของ
ลม มากเกินไปคุณไม่ได้ใช้ สายเสียง ในการเปล่งเสียงครั้งนี้เลย ก็ถือได้ว่าเป็นเสียงที่ขาดสมดุลอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน
ดังนั้นเคล็ดลับที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างที่นักร้องควรทราบไว้ ก็คือ การรักษาสมดุลของการเกิดเสียงระหว่าง
กล้ามเนื้อสายเสียง และ ลม เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเสียงสู่มืออาชีพ
คลิกดูรูป |
| Top |